แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแห่งความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแห่งความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

ไขรหัสลับตีความหมายของเสียงร้อง “ปี๊บๆ” เมื่อเครื่องมีปัญหา

ผมว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายอาจเคยพบเจออยู่บ่อยครั้ง เวลาที่คอมพิวเตอร์ตัวเก่งมันส่งเสียงร้องแสดงว่า ระบบ Bios ตรวจพบความผิดพลาดของอุปกรณ์ภายในตัวเครื่องนั่นเอง และเมื่อระบบ Bios พบความผิดพลาดมันจะทำการตัดการทำงานทุกอย่างของคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งส่งเสียงร้อง “ปี๊บๆ” เป็นรหัสออกมา (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bios Beep Code) ซึ่งแน่นอนว่าหลายท่านที่เจอกับปัญหาดังกล่าวจะต้องเลือกตัดสินใจปิดเครื่อง และนำเจ้าคอมพ์สุดที่รักส่งร้านซ่อมอย่างเร่งด่วน โดยหารู้ไหมว่าบางทีปัญหาเหล่านั้นท่านอาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง

ซึ่งในวันนี้ผมจะนำความหมายของเสียงร้องเหล่านั้นมาอธิบายให้ท่านผู้อ่านได้ รับทราบ โดยแบ่งตามยี่ห้อของ Bios (ท่านสามารถตรวจยี่ห้อของ Bios ได้โดยเปิดดูในคู่มือใช้งาน)

หน้าตา Bios แต่ละยี่ห้อ จากบนซ้าย AMI, Phoenix และ Award

ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมที่ใช้ในตลาดทั่วไป


ซึ่งในส่วนของโค้ดต่างๆ ที่นำมาให้ชมนี้ หลายท่านอาจจะยังสงสัยในเรื่องของความหมายกันอยู่ ซึ่งผมขออธิบายตรงนี้เลยครับว่า
"เราไม่จำเป็นต้องไปศึกษา หรือจำเป็นต้องรู้ความหมายในตารางทั้งหมด"

แต่ผมจะบอกให้ท่านสังเกตในส่วนของพวก DRAM ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยความจำหรือแรม, Display หรือ VGA คือส่วนของการ์ดจอ, Controller คือส่วนของอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ เช่น Mouse หรือ Keyboard และสุดท้ายในส่วนของ CMOS หรือ BIOS ก็คือตัว BIOS ภายในตัวเครื่อง ซึ่งถ้ามีปัญหากับอุปกรณ์ที่กล่าวมานี้ทั้งหมด ท่านสามารถจัดการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ามีปัญหานอกเหนือจากนี้ ท่านก็คงต้องพึ่งร้านซ่อมจะเป็นการดีที่สุด

ที่มา... : i3

การดู Spec Notebook สำหรับมือใหม่

สำหรับใครที่ต้องการโน๊ตบุ๊กสักเครื่อง การดูสเปกได้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก (ยกเว้นจะให้เพื่อนๆที่ดูเป็นคนช่วย) เพราะหมายถึงการที่ได้เครื่องตรงความต้องการใช้งานของเรามากที่สุด ต่องบประมาณที่จำกัด บางท่านอาจจะต้องการใช้แค่พิมพ์งานเล่นเน็ต แต่ดูสเปกไม่เข้าใจอาจจะไปซื้อเครื่องรุ่นใหม่ที่กินตัวไป เพราะเห็นแค่เพียงว่าราคาสูงน่าจะใช้งานเราได้แน่ๆ หรือบางท่านต้องการเครื่องที่มีพอร์ตต่างๆตามต้องการเช่น HDMI สำหรับต่อจอ LCD TV หรือ E-Sata สำหรับต่อฮาร์ดดิสค์ความเร็วสูง ถ้าเราดูสเปกผิดเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้เราซื้อเครื่องมาผิดจุดประสงค์การ ใช้งานได้เพราะฉะนั้น การดูสเปกแบบคร่าวๆพอเข้าใจอาจจะไม่ต้องถึงขั้นรู้เทคโนโลยีอะไรมากมายเพียง แต่สามารถจับจุดได้ แค่นี้ก็สบายหายห่วงแล้ว

ออกตัวก่อนนะครับว่าในบทความนี้จะแนะนำแค่คราวๆ ไม่ถึงกับลงลึกไปว่า งานนี้ควรจะใช้ซีพียูอะไร เพียงแต่แนะนำพอรู้ถึงกลุ่มต่างๆเท่านั้นนะครับ ไปดูทีละส่วนกันเลย

CPU

คือหน่วยประมวลผลเปรียบเหมือนสมองกลของ คอมพิวเตอร์ บางท่านอาจจะคิดว่ามันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมรึเปล่า แต่ไม่ใช่อย่างนั้น CPU คือ Chip ขนาดประมาณ 1นิ้ว x 1 นิ้ว ใหญ่ว่า หรือ เล็กกว่า (แล้วแต่ Model) โดยในโน๊ตบุ๊กนั้นแม้จะไม่ค่อยนิยมเปลี่ยนซีพียูเองเท่าไรเพราะ หาซื้อยาก มีราคาสูง และอาจจะกระทบกับการรับประกันได้ แต่ก็มีหลายๆท่าน ลองเปลี่ยนดูมาแล้วนะครับ


ปัจจุบันมีผู้ผลิต CPU Notebook รายใหญ่อยู่แค่ 2 บริษัท คือ AMD และ Intel ซึ่งส่วนมาก Intel จะครองตลาดซะมากกว่า โดยจะแบ่งได้หลายระดับที่นิยมและมีขายในตอนนี้ทั้ง

  • Intel Atom นิยมใช้ใน Netbook เพราะขนาดที่เล็กและราคาที่ไม่แพงรองรับการใช้งานเป็นอย่างดี ในการใช้งานเบาๆ
  • Pentium Dual Core ซีพียู 2 Core ระดับเริ่มต้น มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงแต่ไม่สูงเท่า Core2Duo รองรับการทำงานที่หนักขึ้นมาจาก Netbook
  • Core 2 Duo ซีพียู 2 Core ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพที่อยู่ในระดับดี สามารถใช้งานหนักร่วมไปถึงเล่นเกมส์ได้ดีพอสมควร ตามระดับความเร็วของซีพียู โดยจะแบ่งเป็น 2 Series ทั้ง T Series ในแพลตฟอร์มเซนทริโน 1 และ P Series ในแพลตฟอร์มเซนทริโน 2
  • Core 2 Quad ซีพียูในระดับ 4 Core สามารถประมวลผลหนังๆเล่นเกมส์ได้สบาย แต่ด้วยราคาที่ยังสูงอยู่จึงนิยมใช้ในเครื่องที่มีราคาสูงๆทั้งนั้น

Chipset

คือส่วนที่ค่อยควบคุม อุปกรณ์แทบทั้งหมดของเครื่อง หรือเรียกได้ว่าเป็นตัวประสานงานต่างๆขอบอุปกรณ์บนเมนบอร์ดก็ว่าได้ ตั้งแต่ซีพียู แรม …. ไปจนถึงพอร์ตต่างๆ ล้วนแต่พึ่งพา ชิปเซ็ตทั้งนั้น มีผู้ผลิตชิปเซ็ตก็มีทั้ง Intel ซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ที่สุด โดยจะผลิตชิปเซ็ตมารองรับซีพียูของตนเองเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว พอซีพียูรุ่นใหม่ออกก็จะผลิตชิปเซ็ตออกมารองรับทันทีทันใด แน่นอนว่าซีพียูเป็นของ Intel เกือบทั้งหมด ชิปเซตเอง Intel ก็กินส่วนแบ่งเกือบทั้งหมด แต่ก็มียี่ห้ออื่นๆที่หลุดๆมาบ้างทั้ง AMD ที่เหมือนๆกับ intel คือผลิตชิปเซ็ตให้ซีพียูตนเองเป็นหลัก นอกเหนือจากนั้นก็มีทั้ง NVIDIA, SIS, VIA

Chipset

Graphic Chip

คือหน่วยที่ประมวลผลด้านภาพออกมาแสดงทางจอ มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ Onboard ที่จะรวมภาคประมวลผลภาพของการจอลงในชิปเซ็ตของเครื่องด้วย และแน่นอนว่ายังคงเป็นของ Intel เสียส่วนใหญ่ ความสามารถนั้นก็ถือว่าเป็นในระดับล่าง ใช้งานทั่วไป ดูหนัง เล่นเกมส์ที่ความละเอียดไม่สูงมากได้บ้าง

อีกชนิดหนึ่งคือแยกชิปเซ็ตแยกจากชิปเซ็ตหลัก มีทั้งแบบเป็นการ์ด และแบบที่เป็นชิปเซ็ตฝังบนเมนบอร์ดเลย โดยมีบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ 2 ราย คือ ATI และ NVIDIA ความสามารถต่างๆ นาๆ นั้นก็จะขึ้นอยู่กับราคา ยิ่งแพงการประมวลผลด้านภาพก็จะยิ่งดี ยิ่งเล่นเกมส์ ดูหนัง Hi-Def ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รุ่นยอดฮิตในไทยก็ได้แก่

NVIDIA

  • 9300M GS (ระดับล่าง พอเล่นเกมส์ได้นิดหน่อย)
  • 9600M GT (ระดับกลาง สามารถเล่นเกมส์ดูหนังได้ดีในระดับหนึ่งเลย)
  • ส่วนรุ่นใหญ่กว่านั้นก็มี แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรเพราะมีราคาสูงมากเกินไป

ATI

  • Series 3xxx เป็นรุ่นที่ไม่เก่ามากยังมีขายอยู่ เรียงลำดับตามประสิทธิภาพตั้งแต่ล่างสุดไปบนสุดได้แก่ 3410 > 3450 > 3470 > 3650 > 3670
  • Series 4xxx เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมา มีประสิทธิภาพที่ดีทีเดียวเลย และคาดว่าจะมีอีกหลายๆรุ่นตามมา ได้แก่ 4570 > 4650

Graphic Chip

Display

คือส่วนที่เป็นจอภาพ โดยจอภาพนั้น จะมีขนาดเล็กๆตั้งแต่ 7 นิ้ว ไปจนถึง ใหญ่ๆ 18 – 20 นิ้วกันเลยทีเดียว ตามความต้องการเช่นใครต้องการพกพาสะดวกก็ดูรุ่นที่จอเล็กๆหน่อย แต่ถ้าใครซื้อไปเป็นเครื่อง PC สำหรับดูหนังเล่นเกมส์แบบว่าไม่ค่อยได้ยกไปไหนมาไหน จะซื้อรุ่นที่จอใหญ่ๆก็ตามชอบเลยครับ และอีกสิ่งที่เป็นข้อสังเกตุคือ Resolution ยิ่งมีค่าสูงจอภาพก็จะมีความละเอียดมาก เช่น จอที่ไว้ดูหนัง Hi-Def โดยเฉพาะ จะอยู่ที่ 1920×1080 ซึ่งจะพบได้ใน Notebook ระดับ Hi-End ราคาสูง

1920×1080

Memory

เป็นหน่วยความจำชั่วคราวสำหรับเป็นที่พักข้อมูล ยิ่งมีความจุสูงก็จะยิ่งทำให้ Notebook สามารถทำงานได้ลื่นไหลมากขึ้น และความเร็วของแรมเช่น 667 800 MHz นั้นยิ่งมากก็จะยิ่งทำให้เครื่องทำงานได้ไวสอดคล้องกับซีพียูมากขึ้น ส่วนมากของโน๊ตบุ๊กในปัจจุบันใช้ RAM DDR2 ที่มีราคาถูก แต่ล่าสุดก็ได้มี RAM DDR3 แล้วซึ่งจะทำงานเร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า แต่ยังไม่นิยมเพราะยังมีราคาแพงกว่า DDR2 อีกทั้งชิบเซตที่รองรับก็ยังมาน้อย ตอนนี้ที่เห็นชัดเจนก็แค่ชิปเซ็ตของอินเทลเซนทริโน 2 เท่านั้น โดยการเลือกใช้นั้นด้วยราคาแรมในปัจจุบันที่ถูกลงมามาก แรมก็ไม่ควรต่ำกว่า 2 GB เป็นอย่างน้อย เพราะในระดับนี้จะทำอะไร เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ทำงาน ในเครื่องสามารถใช้งานได้สบายๆแล้ว

RAM DDR2

Hard Disk

เป็นหน่วยความจำหลักที่จะบรรจุซอฟแวร์ต่างๆไว้ใน นี้ ถ้า Hard Disk มีความจุมากก็จะทำให้มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลต่างๆเช่น หนัง เพลง มาก จนไม่ต้องกลัวว่าจะเต็มๆ ในเครื่องปัจจุบันที่ขายกันทั่วๆไปต่ำๆก็จะมีมาให้ 160 GB เพียงพอสำหรับเก็บข้อมูลได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ๆเป็นประจำ ก็ไม่ควรน้อยกว่า 250 GB อีกทั้งยังมาฮาร์ดดิสค์อีกประเภทที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นคือชนิด Sloid-State Drives (SSD) เป็นฮาร์ดดิสค์ที่ใช้ IC Chip มาบันทึกข้อมูลแทน แบบจานหมุนในฮาร์ดดิสค์ทั่วไป ซึ่งทั้งเร็วและมีความคงทนสูงกว่าฮาร์ดดิสค์แบบธรรมดาที่เราใช้กันอยู่ แต่ก็มีราคาสูงตามไปด้วย เริ่มนิยมใช้กันแพร่หลายมากขึ้นตั้งแต่ความจุน้อยๆเช่น 8 GB ใน Aspire ONE ไปจนถึงเครื่องระกับ Hi End เลยทีเดียว

Hard Disk

Drive

มีหลายชนิดมากมายเลยครับ ที่นิยมนำมาลง Notebook มากที่สุดตอนนี้ก็คงเป็น

DVD Writer (Dual Layer Support) ที่สามารถ อ่าน-เขียนแผ่น DVD ก็จะมีตั้งแต่เขียนได้ 8X 16X 20X ครับ ส่วน Drive ที่มาแรงคงหนีไม่พ้น Blu-Ray ที่มีขนาดบรรจุถึง 27 G อัตราการโอนถ่ายข้อมูลเร็วถึง 36 Mbps แต่ติดที่ยังราคาแพงอยู่ แต่ในอนาคตไดร์ฟและแผ่นแบบ Blu-Ray จะเข้ามาเป็นมาตฐานใหม่แทน DVD ในไม่ช้านี้แน่นอน

Blu-Ray Disc


USB

คงไม่มีใครไม่รู้จัก USB น่ะครับ เป็น Port ที่ส่งถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีใช้ในอุปกรณ์ต่อเชื่อมแทบทุกชนิด ตั้งแต่แฟลตไดร์ฟ ยังจอภาพ LCD เลยทีเดียว ด้วยความสามารถเด็ดคือ Plug & Play คือสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรีสตราทเครื่องหรือบางอยางเช่นแฟลชไดร์ฟไม่ ต้องลงไดร์วเวอร์ก็สามารถใช้งานๆได้ทันที ในปัจจุบันใช้ USB 2.0 เป็นหลัก ซึ่งจะมีความเร็วอยู่ที่ 480 MB/s และอีกไม่นาน USB 3.0 ก็จะเข้ามาแล้ว ซึ่งจะมีความเร็วมากว่า 2.0 ถึง 10 เท่า

Firewire

หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า IEEE 1394 เป็น Port มีลักษณะดังในภาพ คล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู หรืออีกรูปแบบนึงซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า ใช้โอนถ่ายข้อมูลเป็นหลักคล้ายๆกับ USB โดยมีความเร็วอยู่ที่ 400 MB/s อาจจะดูด้อยกว่า USB 2.0 เล็กน้อยแต่ก็แลกมาด้วยความนิ่งของสัญญาณที่ไม่แกว่งเหมือน USB นิยมใช้ในกล้องวีดีโอความละเอียดสูง แต่อีกไม่นานเมื่อ USB เข่าสู่เวอร์ชั่น 3 เมื่อไรพอร์ตนี้คงจะเริ่มหายจากไปเหลือเพียงใช้งานในบางกลุ่มเท่านั้น ส่วนใหญ่ Port Firewire ส่วนใหญ่จะใช้กับกล้อง VDO CamCoders เป็นหลัก


Firewire

DVI

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ LCD Notebook ที่มี Port นี้มีค่อนข้างน้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Notebook รุ่นที่มีราคาสูงๆ โดยจะเป็นส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งให้คุณภาพในการแสดงผลที่ดีกว่าแบบอนาล็อค แบบในพอร์ต D-SUB ที่นิยมใช้กันในโน๊ตบุ๊กทั่วๆไป

DVI

D-SUB หรือ VGA

หรือที่เรียกกันอีกแบบว่า VGA port เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้อุปกรณ์แสดงภาพภายนอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เรียกได้ว่ามีในโน๊ตบุ๊กแบบทุกเครื่องเลย ถึงแม้คุณภาพของภาพที่เป็นระบบสัญญาณอนาล็อกจะด้อยกว่า DVI แต่ด้วยมีอุปกรณ์รองรับมากที่สุดทำให้เป็นพอร์ตสำหรับต่อแสดงผลที่ได้รับ ความนิยมสูงสุด (แต่ในอนาคตคาดว่าจ HDMI จะมาแทนในไม่ช้า) รองรับทั้งจอแบบ LCD CRT รวมถึงเครื่องโปรเจ็คเตอร์ด้วย

S-video

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ TV โน๊ตบุ๊กรุ่นเก่าๆหน่อยจะมีพอร์ตนี้กันเยอะ แต่ในรุ่นใหม่ๆก็แทบไม่มีแล้วเพราะมีพอร์ตอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น HDMI

e-SATA

เป็น Port ที่เอาไว้ต่อกับ External Hard disk หรือ Hard disk ธรรมดาก็ได้ โดยพอร์ต e-SATA นั้นจะมีความเร็วมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต SATA บนเมนบอร์ดเลย ด้วยความเร็วสูงถึง 3000 Mbit/s แต่ในพอร์ต e-SATA จะมีแปลงหัวต่อให้สามารถใช้งานเป็นพอร์ต USB ได้ด้วย

e-SATA


HDMI

หรือย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface ตามที่ชื่อบอกเลยครับว่ารองรับงานมัลติมีเดียเต็มที่ ด้วย Port ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น HDMI ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก LCD TV หรือ เครื่องเสียง โดยในสาย HDMI จะรวบร่วมสัญญาณดิจิตอลทั้งภาพและเสียงที่ส่งไปในสาย HDMI เส้นเดียว ทำให้มีความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อสายหลายสายให้วุ้นวาย โดยในโน๊ตบุ๊กสมัยใหม่ที่รองรับก็จะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ใช้งานได้เลย โดยสาย HDMI รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดประมาณภาพยนตร์ HD 1080p เลยทีเดียว

HDMI


Card Reader

คือ Port ที่เอาไว้ใส่ การ์ดอ่านการ์ดต่างๆ MMC , MSD , CF และอื่นๆ แล้วแต่ผู้ผลิตว่าจะติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดชนิดใดมาบางส่งใหญ่ที่นิยมกันก็ เช่น SD MMC

Express Slot

คือ Port อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพอ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54

ตัวอย่าง Express Slot ทั้ง 3 รูปแบบ


Finger Print

หรือที่สแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถใช้ลายนิ้วมือของตัวเองตั้งเป็นรหัสเพื่อเข้าเปิดเครื่อง หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมกับนักธุรกิจ ยัน นักศึกษาเลยด้วยซ้ำครับ

Finger Print

Wireless Lan

หรือ Wi Fi ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ทำให้เราสามารถนำโน๊ตบุ๊กไปเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ได้ทุกที่ทุกเวลาในที่มีสัญญาณ Wi Fi โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายแต่อย่างใด ทำให้เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันด้วยความสะดวกสะบายนี้ และด้วยระบบ IEEE 802.11 นั้นมี 2 มาตรฐาน หลักๆที่นิยมใช้ในโน๊ตบุ๊กคือ N รองรับการเชื่อต่อที่ความเร็ว 36-54 Mbps และ N รองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็ว 74 Mbps และสูงสุดที่ 248 Mbps โดยในโน๊ตบุ๊กยังมีจำนวนน้อยที่รองรับมาตรฐานนี้ส่วนใหญ่จะเป็น รุ่นในแพลตฟอร์มเซนทริโน 2 เป็นหลักที่รองรับ

Bluetooth

คือคอนเน็ตเตอร์ไร้สายอีกประเภทที่รู้จักเป็น อย่างดีเพราะในโทรศัพท์มือถือ นั้นได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กันอย่างกว้างขวาง และในโน๊ตบุ๊กเองก็มีการนำมาใช้ทั้งเชื่อมต่อเผื่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่าง เครื่อง ไปจนถึงเชื่อต่อกับโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย แต่ข้อเสียก็คือ ส่งข้อมูลได้ช้าเพราะมีความเร็วแค่เพียง 100kb/sec และไม่สามารถเชื่อมต่อได้ไกลมากนัก ประมาณ 10 เมตร จึงทำให้ความนิยมลดน้อยลงไป

LAN

หรือ RJ-45 เป็นคอนเน็ตเตอร์ในการเชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายซึ่งเป็นที่นิยมสูงมาก ตั้งแต่ตามบ้านเรือน จนถึงองค์กรณ์ใหญ่ๆด้วยความเร็วสูงที่การเชื่อมต่อรูปแบบอื่นๆไม่สามารถทัด เทียมได้ยาก ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10,100 MB/s จนไปถึงระดับ 1 GB/s (1,000 MB/s) ในโน๊ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆก็อยู่ในระดับ 1 GB/s แทบทั้งนั้นเลย ด้วยความเร็วสูงขนาดนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและยังเป็นที่นิยมต่อไป อีกนาครับ

LAN


Modem

หรือที่เรียกว่า RJ-11 ตามชนิดของหัวต่อ เป็นคอนเน็ตเตอร์รุ่นแรกๆของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในสมัยก่อน ที่ความเร็ว 56 K (ในสมัยนี้ก็ยังมีใช้กันอยู่แต่น้อยลงไปเยอะ) โดย Notebook รุ่นใหม่ๆ ไม่มีแล้ว เพราะมีระบบ Hi Speed อินเตอร์เน็ตเข้ามา ซึ่งนิยมใช้เป็นพอร์ต LAN หรือ Wi Fi มากกว่า เพราะเร็วกว่าเยอะ

Modem


Battery

เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งของ Notebook เพราะคุณจะใช้งานนอกสถานที่ได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ โดยปัจจุบัน Li-Ion ได้รับความนิยมมากสุด นอกจากจะชาร์จได้ตามต้องการแล้ว มันยังใช้งานได้นานพอสมควร ยิ่งจำนวน Cell มากเท่าไรยิ่งสามารถใช้งานได้มากขึ้น ท่านสามารถดูวิธีการบำรุงรักษา Battery ได้ ที่่นี่

Battery


ที่มา... : www.notebookspec.com


วิธีลงวินโดว์ XP ก่อนจะถูกกลบด้วย Windows 7

คุณ เคยรู้สึกรำคาญใช่ไหมที่ต้องยกคอมไปให้ช่างลง Windows ใหม่เนื่องจากติดไวรัส ไฟล์ระบบเสีย เครื่องช้า คุณรู้สึกเซ็งกับค่าลง Windows ที่ค่อนข้างจะแพงใช่ไหม คุณรู้สึกกังวลว่าช่างจะวางยาเครื่องเราหลังลง Windows ใหม่หรือไม่ วันนี้ทางเราได้ขอเสนอบทความให้ท่านลง Windows ใหม่ง่ายนิดเดียวไปชมกัน

เตรียมตัวกันก่อน

ตัวอย่างรูปร่างหน้าตาของแผ่น CD ที่ใช้ในงานนี้

ก่อนอื่นคุณต้องมีแผ่นติดตั้ง Windows XP พร้อม CD-Key ด้วยนะครับ แบบไหนก็ได้ตามสะดวกเท่าที่จะหาได้ก็แล้วกัน
Computer 1 เครื่องที่มี Drive CD-Rom หรือ DVD-Rom และรองรับการ Boot จาก CD หรือ DVD ด้วย
Backup ข้อมูลใน Harddisk Drive ของท่านให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ป้องกันความผิดพลาดไว้ด้วยก็ดีนะครับ

ลงมือทำกันเลย !!!

เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (วิธีเข้ากด Del หรือ F2 หรืออะไรก็ช่างดูจากคู่มือของ Mainboard ตอนที่เครื่องกำลังตรวจสอบ Ram น่ะครับ) โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom เป็นตัวแรกครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร) หรือ บางรุ่นมี Boot Menu ให้เลือกว่าจะให้ boot จากอะไร ใช้ตรงนี้ก็ได้ครับ

ใส่ CD ติดตั้ง Windows XP ลงใน Drive CD-Rom ที่เลือกไว้แล้วจะปรากฏข้อความ Press any key to boot from CD…. ตรงนี้กดปุ่มอะไรก็ได้ครับ

เจอหน้าจอแบบนี้กดอะไรก็ได้ครับ

จากนั้นจะมีหน้าจอสีฟ้าๆ(ไม่ใช่ Blue Screen of dead นะครับ ฮา) ให้รอครับจนกว่าโปรแกรมติดตั้งโหลดไฟล์ที่จำเป็นขึ้นมาจนครบแล้วจะมีข้อความ Welcome to windows XP setup ให้เรากด Enter ครับ

รอไปจนกว่าจะเจอหน้าจอแบบนี้นะครับ


ต่อมาจะมี หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

กด F8 ไปเลยหรือใครจะอ่านก็เชิญตามสบายครับ

ถึงขั้นตอนนี้สำคัญมากๆระวังอย่าเลือก Drive และ partion ผิด (สำหรับคนที่แบ่ง Partion ไว้แล้วไม่อยากแบ่ง Partion ใหม่ และมือใหม่ข้ามไปก่อนก็ได้ครับ)

ถ้ามีมากกว่า 1 Partition ดูดีๆเลือกผิดแล้วอย่าหาว่าหล่อไม่เตือนนะครับ


ขั้นตอนการลบพาร์ติชั่น

1. เลือกพาร์ติชั่นที่ต้องการลบ เช่น C หรือ D โดยใช้ลูกศรที่ Keyboard
2. กดปุ่ม D
3. ระบบก็จะแสดงข้อความ ENTER=Continue ESC=Cancel บรรทัดด้านล่างสุด
4. กดปุ่ม Enter
5. ระบบก็จะแสดงข้อความ L=Delete ESC=Cancel
6. กดปุ่ม L
7. ระบบก็จะกลับมาในส่วนที่แสดงหัวข้อพาร์ติชั่นเหมือนเดิม
8. ทำข้อ 1 ถึง ข้อที่ 6 จนครบทุกพาร์ติชั่น ถ้าหากลบเพียง 1 partion ก็ไม่ต้องทำครับ
9. ถ้าครบทุกพาร์ติชั่นแล้วระบบก็จะแสดงข้อความ ดังนี้
Unpartitioned space xxxx MB (xxxx) คือจำนวนพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด
10. เมื่อลบพาร์ติชั่นเสร็จแล้วก่อนเราจะติดตั้งwindows เราก็ต้องสร้างพาร์ติชั่นเสียก่อน

ขั้นตอนการสร้างพาร์ติชั่น หรือการติดตั้งสำหรับเครื่องที่ไม่ได้ติดตั้งมาก่อน(เครื่องใหม่)

1. เมื่อเราได้ลบพาร์ติชั่นออกไปหมดแล้ว ระบบจะแสดงข้อความ
ENTER=Install C=Create Partition F3=Quit
บรรทัดล่างสุดENTER = ติดตั้ง windows C= สร้างพาร์ติชั่น F3=ออกจากการทำงาน

หน้าจอให้เลือก Disk และแสดงของ Disk ครับ (ถ้ามีมากกว่า 1 ดูดีๆก่อนเลือกล่ะครับ)

2. กดปุ่ม C
3. ระบบก็จะแสดงข้อความ Create partition of size (in MB): zzzz
พื้นที่ฮาร์ดดิสก์
4. ใส่ขนาดตามต้องการเป็นหน่วย Mb (1GB ประมาณ 1024 MB ครับ) สมมุติเราใส่ไป xxxx mb

อยากได้เท่าไรใส่ไปเลยๆ (แนะนำอย่างน้อยที่ 10240 Mb ประมาณ 10Gb ครับ)


5. กดปุ่ม Enter
6. ระบบก็จะแสดงข้อความดังนี้

C: Partition 1 [New (Raw)] xxxx MB (xxxx MB free)
Unartitioned space XXXX MB


7. ในส่วนที่ข้อความแสดงนั้นเราสามารถแบ่งพาร์ติชั่นได้แล้ว 1 พาร์ติชั่น ถ้าเราต้องการแบ่ง
พาร์ติชั่นที่ 2 ก็สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไป
8. เลือกข้อความ Unpartitioned space XXXX MB
ด้านล่างของพาร์ติชั่น C: โดยใช้ลูกศรที่ Keyboard ในการเลือก
9. กดปุ่ม C
10. ระบบก็จะแสดงข้อความ Create partition of size (in MB): XXXX
พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ที่เหลือ ให้เราใส่ไปตามต้องการสมมุติเราใส่ไป yyyy Mb
11. กดปุ่ม Enter
12. ระบบก็จะแสดงข้อความดังนี้

C: Partition 1 [New (Raw)] xxxx MB (4643 MB free)
D: Partition 2 [New (Raw)] yyyy MB (4039 MB free)
Unpartitiones space 8 MB


13. แสดงว่าเราได้ทำการแบ่งพาร์ติชั่นได้ 2 พาร์ติชั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
14. อยากได้เพิ่มอีกให้ทำตามขั้นตอนที่ 7-12 อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อเราเตรียม Partion เรียบร้อยแล้วก็เลือก Partion ที่เราต้องการจะลง ส่วนมากเป็น C: Partion 1 ครับเมื่อเลือกแล้วโปรแกรมจะถามเราอีกครั้งว่า จะให้เรา Format Partion เป็นอะไร ก็เลือกตามสะดวกครับ (ถ้ามือใหม่เลือก Fat32 ก็ได้ครับ)

เลือกตามสะดวกครับ แต่ถ้าเครื่องที่ไม่ได้ Format ใช้มานานมากๆแล้วไม่ควรใช้แบบ quick ครับ

ยืนยันการ Format อีกครับ และบอกลาข้อมูลใน Partition ได้เลย

ต่อมาก็รอจนกว่าจะ Copy ไฟล์เสร็จและ Reboot เครื่องอีกครั้งตามรูปด้านล่าง

รอเข้าไปเครื่องช้าก็นานหน่อยครับ


เราก็จะพบหน้าจอบ่งบอกข้อเด่นของ windows xp ยังไม่ต้องทำอะไรครับ

ไม่ต้องทำอะไรนะครับ รอต่อไป

รอไปซักพักเมื่อพบกับหน้าต่างที่ถามถึงการตั้งค่าภาษา ให้เราเลือก Customize

ที่หน้าต่าง Regional and language setting ที่ Tab Language ให้ติ๊ก install for complex… กด Apply

กด Apply แล้วรอจนกว่า นาฬิกาทรายจะเป็นลูกศรปกติครับ

รอซักพักระบบกำลังทำการ Copy ไฟล์อยู่เมื่อเสร็จแล้วที่ Tab Regional ทำการเปลี่ยนช่อง Location และ Standard and format ให้เป็น Thailand กับ Thai ตามภาพข้างบน แล้วกดที่ปุ่ม Apply

เปลี่ยนให้เป็น Thai และ Thailand นะครับ

จากนั้น ก็เลือกที่ป้าย Advanced เปลี่ยนที่ช่อง Language for non-Unicode programs ให้เป็น Thai แล้วกด Apply

ทำให้เหมือนนะครับ

เสร็จแล้วกด Next และใส่ชื่อ เครื่อง Computer และชื่อองค์กร

ใส่ชื่ออะไรก็ได้ / หน่วยงานครับใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ครับ

ทำการใส่ Product Key (จะมีในด้านหลังของแผ่นซีดีหรือที่ไหนก็ช่าง) แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

ใส่ด้วยนะครับ

หน้าจอให้ใส่ Password ของ Admin ให้ปล่อยว่างๆ ไว้แบบนี้หรือจะใส่ก็ตามสะดวกแล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

ชื่อตามสะดวกของท่านครับ Password ใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ครับ

เลือก Time Zone ให้เป็นของไทย (GMT+07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

เปลี่ยนด้วยนะครับไม่งั้นนาฬิกาในเครื่องจะเพี้ยนเอา (ไทย (GMT+7)นะครับ)

กำหนด Workgroup แล้ว Next

รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ

ในครั้งแรก อาจจะมีการถามเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใช้งาน กด OK เพื่อให้ระบบตั้งขนาดหน้าจอให้เราได้เลยครับ นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องไหนมีการถาม การติดตั้งค่าต่าง ๆ ก็กดเลือกที่ Next หรือ Later ไปก่อน บางครั้งอาจจะมีให้เราทำการสร้าง Username อย่างน้อย 1 ชื่อก่อนเข้าใช้งาน ก็ใส่ชื่อของคุณเข้าไปได้เลย อ้อ บางเครื่องอย่าลืม Activate ก่อนนะครับไม่อย่างงั้นจะใช้งานได้เพียง 30 นะครับ

จะเสร็จแย้วอีกนึง ตั้งค่าตามรูปเลยครับไม่ต้องสงสัย -_-

ตั้งค่า Internet จะ Skip ไปก่อนก็ได้ครับ

ถ้ามี Activate ก็ Activate ด้วยนะครับ

ลงทะเบียนกับ Microsoft ลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ตามสะดวก

ใส่ชื่อคนใช้เครื่องครับ อยากใส่อะไรก็ใส่ๆไป (กี่คนก็ได้)

สำเร็จแล้ว

ที่มา... i3